รู้จักโรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ใน 3 นาที

รู้จักโรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)

ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อาการหายใจผิดปกติ เป็นอันตรายใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากอาการเหล่านี้ บางครั้งอาจไม่ได้บ่งบอกอาการของโรคอย่างชัดเจน เช่น อาการหยุดหายใจขณะหลับ ที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพที่เกิดจากการนอนกรน เป็นต้น

ซึ่งการป้องกันรักษาหรือการดูแลตนเองจากปัญหาสุขภาพเหล่านี้ อาจมีศัพท์ทางการแพทย์ที่ใช้เรียกหรือใช้ทับศัพท์อยู่หลายคำ ซึ่งหลายท่านอาจไม่ทราบความหมาย เช่น Sleep Apnea คำนี้คืออะไร หาคำตอบได้จากบทความต่อไปนี้

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) คืออะไร?

Sleep apnea คือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นอาการอย่างหนึ่งของกลุ่มอาการภาวะหายใจผิดปกติขณะนอนหลับ

ภาวะหายใจผิดปกติจากการนอนหลับ หรือ Sleep Disordered Breathing (SDB) หมายถึง กลุ่มอาการชนิดหนึ่งที่เมื่อนอนหลับแล้วร่างกายจะเกิดความผิดปกติทางการหายใจ อย่างเช่น มีการหยุดหายใจขณะหลับ หรือเกิดการหยุดหายใจเป็นพักๆ ตลอดทั้งคืน ทำให้อวัยวะต่างๆภายในร่างกายขาดออกซิเจนจนเป็นสาเหตุของโรคนอนไม่หลับ และอื่นๆ อีกหลายโรค

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) คืออะไร

Sleep Apnea หรือโรคหยุดหายใจขณะหลับ เกิดได้อย่างไร

Sleep Apnea หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เกิดจากการอุดกั้นของช่องทางเดินหายใจของเรา ซึ่งหากมีการอุดกั้นเพียงบางส่วน ก็จะทำให้ช่องทางเดินหายใจเกิดการสั่นกระพือและเกิดเป็นเสียงกรนดังขึ้น แต่มักไม่มีอันตราย นอกจากทำให้เกิดความรำคาญเท่านั้น

แต่ถ้าการอุดกั้นนั้นเกิดแบบสมบูรณ์ คืออากาศไม่สามารถไหลผ่านเข้าร่างกายของเราได้เลย เราจะเรียกว่าสภาวะนี้ว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือ Sleep Apnea

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับนี้อันตรายมาก ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาจสายเกินไปครับ

โรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) มีกี่ประเภท?

แบ่งตามสาเหตุของการเกิด

Sleep Apnea หรือโรคหยุดหายใจขณะหลับ สามารถแบ่งเป็น 3 ประเภทตาม “สาเหตุของการเกิด” ได้แก่ ชนิดที่เกิดจากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจ (OSA) ชนิดเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนกลาง (CSA) และชนิดผสม (Mixed) ซึ่งเป็นชนิดที่เกิดร่วมกันทั้งจากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจและจากความผิดปกติของสมองส่วนกลาง ทั้ง 3 ชนิดมีสาเหตุการเกิดของภาวะหยุดหายใจขณะหลับแตกต่างกัน ดังนี้

1. ประเภทที่เกิดจากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจ (OSA)

การหยุดหายใจขณะหลับ ชนิดเกิดจากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจ (Obstructive Sleep Apnea; OSA) เป็นอาการที่พบได้มากถึง 85% ของกลุ่มโรคนี้ โดยเกิดจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจตอนบน เช่น จมูก ช่องปาก และลำคอ มีผลทำให้ทางเดินหายใจตอนบนตีบแคบ ส่งผลให้ร่างกายและสมองขาดอากาศ การทำงานของกล้ามเนื้อจึงลดลงหรือหยุดทำงาน ทำให้ผู้ที่นอนหลับมีอาการสะดุ้งตื่นและกลับมาหายใจอีกครั้ง เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ ก็จะทำให้นอนน้อยหรือนอนไม่เต็มตื่น ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ความรุนแรงของอาการโดยทั่วไปพบได้ตั้งแต่การเกิดภาวะหยุดหายใจเฉลี่ย 5 ครั้งต่อชั่วโมง ไปจนถึงมากกว่า 30 ครั้งต่อชั่วโมง

2. ประเภทที่เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนกลาง (CSA)

ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า Central Sleep Apnea หรือ CSA เป็นชนิดอาการที่พบได้น้อยที่สุด คือประมาณ 0.4% มีสาเหตุมาจากโรคของสมองส่วนกลาง ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเนื้องอก โรคมะเร็งสมอง หรือจากผลข้างเคียงจากยาบางชนิดที่กดสมองส่วนกลางเช่น ยานอนหลับ ทำให้สมองสามารถสั่งงานไม่ปกติในช่วงนอนหลับ จึงเกิดภาวะผิดปกติในการหายใจ หายใจได้ตื้นๆ หรือหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งลักษณะการหยุดหายใจจะหยุดเป็นพักๆ

3. ประเภทผสม (Mixed Sleep Apnea)

อาการหยุดหายใจขณะหลับชนิดผสม พบได้ประมาณ 15% ของโรค ซึ่งสาเหตุการเกิดก็จะเกิดได้ทั้งมีการอุดกั้นทางเดินหายใจ และเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนกลาง ร่วมด้วย

แบ่งตามกลุ่มผู้ป่วย

นอกจากนี้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ยังสามารถแบ่งตาม “กลุ่มผู้ป่วย” ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในคนทั่วไป
  2. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในเด็ก
  3. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับในหญิงตั้งครรภ์

อ่านเพิ่มเติม: 3 ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สาเหตุ และอันตรายของมัน

อาการของโรคหยุดหายใจขณะหลับ

อาการของโรคหยุดหายใจขณะหลับ

อาการดังต่อไปนี้ บ่งบอกว่าท่านอาจเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ

  • นอนกรนเสียงดังมาก และกรนดังเป็นประจำ จนเกิดความรำคาญต่อผู้ที่นอนร่วมด้วย
  • มีลักษณะของการกรนแล้วหยุดเป็นพักๆ ตามด้วยอาการเหมือนสำลักขณะนอนหลับ
  • หายใจติดขัด หายใจแรง เวลานอน
  • รู้สึกนอนหลับไม่เต็มอิ่ม ตื่นบ่อย
  • ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น มีอาการปวดศีรษะ
  • ง่วงนอนมากผิดปกติในตอนกลางวัน เช่น ขณะทำงาน หรือหลับในขณะขับรถ
  • รู้สึกหงุดหงิดง่าย อารมณ์ไม่ดีบ่อยๆ
  • ไม่มีสมาธิ ขี้ลืม
  • ความรู้สึกทางเพศลดลง

อันตรายจากโรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)

อันตรายจากโรคหยุดหายใจขณะหลับ

หากมีอาการที่รุนแรง การหยุดหายใจขณะหลับเป็นเวลานานอาจทำให้เสียชีวิตได้ และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอจากผลข้างเคียงทำให้ง่วงนอนตลอดเวลา เป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน

นอกจากนั้นยังเป็นสาเหตุทำให้มีโรคแทรกซ้อนซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องทำการรักษาและกินยาไปตลอดชีวิต เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองทำให้เป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาต รวมถึงโรคอันตรายอื่นๆ อีกมากมาย และในกรณีร้ายที่สุด อาจทำให้เสียชีวิตขณะหลับ หรือเรียกว่าไหลตายได้

อ่านเพิ่มเติม: อันตรายจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

แนวทางการรักษา Sleep Apnea (โรคหยุดหายใจขณะหลับ)

สำหรับแนวทางการรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรค โดยดูจากประวัติอาการบอกเล่าของคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด การตรวจร่างกาย และผลการทดสอบการหยุดหายใจขณะหลับ หรือผล Sleep Test

การตรวจ Sleep test เป็นการตรวจด้วยเครื่องตรวจเฉพาะ โดยจะตรวจสัญญาณของร่างกายขณะหลับได้พร้อมๆ กันหลายส่วน เช่น การตรวจวัดลักษณะการหายใจ เพื่อดูจำนวนครั้งของการหยุดหายใจ การทำงานของสมอง การเคลื่อนไหวของลูกตา การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ปริมาณอากาศในการหายใจเข้าออก และปริมาณออกซิเจนในเลือด เป็นต้น

เมื่อพบสาเหตุหรืออาการผิดปกติ แนวทางการรักษาของแพทย์จะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค ดังนี้

1. กรณีที่อาการอยู่ในระดับน้อย (Mild OSA)

อาจแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการนอน ด้วยการฝึกนอนตะแคงแทนการนอนหงาย และการนอนเอนตัวในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่ง หากมีน้ำหนักตัวมากอาจแนะนำให้ลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักตัว

2. กรณีที่อาการอยู่ในระดับปานกลาง (Moderate OSA)

อาจทำการรักษาด้วยเครื่อง CPAP และ หน้ากาก CPAP ซึ่งเป็นการใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจในขณะนอนหลับ ทำให้หายใจเอาอากาศเข้าได้ในปริมาณสูงขึ้น ป้องกันอาการนอนกรนซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของ Sleep Apnea

3. กรณีที่อาการอยู่ในระดับรุนแรง (Severe OSA)

และใช้แนวทางการรักษาหลายๆ วิธีมาแล้วไม่ได้ผล หรือไม่ทำให้อาการลดความรุนแรงลง แพทย์อาจวินิจฉัยให้ทำการรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น การผ่าตัดเพดานอ่อน ผ่าตัดกระดูกกราม หรือการเจาะคอเพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง

การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับขั้นรุนแรง

การรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับ ถ้าเป็นข้าราชการก็สามารถใช้สิทธิ์เบิกค่าตรวจและรักษาได้ (อ่าน ขั้นตอนการรักษานอนกรน และใช้สิทธิ์เบิกราชการใน รพ.ของรัฐฯ) ส่วนการเบิกประกันสังคมนั้นยังไม่สามารถทำได้ ยกเว้นบางรายที่มีความจำเป็นมากและต้องทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งแพทย์จะต้องเป็นผู้ประเมินและสั่งตรวจให้

สรุป

อาการหยุดหายใจขณะหลับหรือ Sleep Apnea เป็นปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ บางครั้งความผิดปกติที่เกิดขึ้นอาจไม่มีความรุนแรง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้สนใจป้องกันรักษา เมื่ออาการมีความรุนแรงมากขึ้น ก็จะทำให้ยากต่อการรักษา ดังนั้นเมื่อพบความผิดปกติ เช่น นอนไม่หลับ รู้สึกอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีอาการง่วงนอนตลอดเวลา ควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะหรือวินิจฉัยสาเหตุของโรคเพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

New call-to-action
New call-to-action

15 Comments

  1. สามีคล้ายๆจะหยุดหายใจตอนนอนค่ะ อยู่ต่างประเทศแต่เชื่อมั่นความสามารถหมอในแระเทศไทยค่ะและจะชอบหาข้อมูลต่างๆของประเทศไทย ขอบคุณมากค่ะ

    1. ต้องขออภัยที่ตอบกลับช้านะครับ การเลือกเครื่อง CPAP นั้น ถ้าเริ่มแบบกว้างๆ ก่อนก็คือ ดูว่าควรใช้เครื่องชนิดแรงดันคงที่ (Fixed CPAP, Manual CPAP) หรือชนิดปรับแรงดันอัตโนมัติ (Auto CPAP) ปกติแล้วควรปรึกษาแพทย์ว่าเราควรใช้เครื่องชนิดไหน และใช้แรงดันรักษาเท่าไหร่ ซึ่งการจะตอบได้นั้นแพทย์จะดูข้อมูลจากการตรวจการนอนหลับ (Sleep test) แบบละเอียดที่มีการใส่เครื่องในระหว่างคืนที่ตรวจ หรือเราอาจพิจารณาโดยดูว่าค่าแรงดันรักษาของเราอยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าไม่สูงมากนัก เช่น ไม่เกิน 10 cmH2O ก็อาจใช้เป็นเครื่องแรงดันคงที่ก็เพียงพอ (แต่บางกรณีที่ต้องใช้แรงดันรักษาสูงๆ แพทย์ก็อาจให้ใช้เครื่องแรงดันคงที่ได้ หากมีอาการรุนแรงและมีโรคแทรกซ้อน) โดยทั่วไปถ้าเราต้องใช้แรงดันรักษาสูงๆ เช่น เกินกว่า 10 cmH2O ก็ควรใช้เป็นเครื่อง Auto CPAP เพราะเครื่องจะปล่อยแรงดันตามความเหมาะสมตลอดเวลา ทำให้เราไม่จำเป็นต้องได้รับแรงดันทีสูงโดยไม่จำเป็นในช่วงที่อาการไม่รุนแรง ทำให้ลดความอึดอัดและนอนได้ง่ายขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่า ค่าดัชนีการหยุดหายใจ (AHI) ที่ได้จากเครื่อง Auto CPAP นั้นมักจะมีค่าสูงกว่าค่า AHI ที่ได้จากการใช้เครื่อง Manual CPAP แต่ไม่ว่าใช้เครื่องชนิดใด ค่า AHI ก็ไม่ควรเกิน 5 ครั้งต่อชั่วโมงครับ อ่านเรื่อง เลือกเครื่อง CPAP แบบ Auto หรือ Manual ดี? ได้ที่นี่

  2. มีอาการหายใจไม่เต็มปอดคะเวลานอนต้องสะดุ้งตื่นเพราะขาดอากาศหายใจคะแบบนี้เขาเรียกว่าโรคอะไรคะ

    1. ต้องขออภัยที่ตอบกลับช้านะครับ ฟังจากที่เล่ามาแค่นี้ตอบยากครับ เพราะเป็นได้หลายสาเหตุ แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) เพราะก็ทำให้ร่างกายขาดอากาศและสะดุ้งตื่นระหว่างหลับได้เหมือนกัน ถ้าอาการที่ว่านี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนครับ

    1. การรักษา Central sleep apnea (CSA) สามารถรักษาได้ด้วยเครื่อง CPAP หรือ BiPAP แต่การเลือกรุ่นและการตั้งค่าต่างๆ จะมีความซับซ้อนและต้องให้แพทย์พิจารณาให้เป็นพิเศษครับ

      1. ผมใช้เครื่องcpapมา1อาทิตย์ยังง่วงเพลียเหมือนเดิมคับ หรือว่าต้องรอผลเป็นเดือนคับ?

  3. ลูกช่ายอายุ 24ปี กรามเล็กและมีนอนกรนหยุดหายใจเป็นบางช่วงต้องปรึกษาคุณหมอเฉพาะทางอะไรคะ
    มีโรงพยาบาลใหนมีบ้างคะ หรือจะปรึกษาคุณหมอได้มั้ยคะ

  4. รบกวนสอบถามพอดีเพื่อนเวลาเครียดมากเขาจะชอบนอนชักไม่รู้ตัว แบบกรนดังขึ้นๆน้ำลายฟูมปากเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นประมาณ 30 นาทีได้ พอตื่นมาจะเพลียมากไม่รู้เรื่องจำอะไรไม่ได้ปวดหัวมากโดยเฉพาะท้ายถอยและปวดเมื่อยไปทั้งตัว เป็นผู้หญิงอายุ 39 ปี เคยชักตอนนอนประมาณปีกว่า แต่มาพักหลังเริ่มเป็น ถี่ขึ้นเคยไปหาหมอวัดคลื่นไฟฟ้าสมองหัวใจต่างๆไม่เจอสาเหตุ เข้าอุโมงค์แสกนแล้วก็ไม่ทราบสาเหตุ หมอคาดการ์ณว่าน่าจะโรคลมชัก แต่เขาไม่ได้ชักตลอด จะเป็นเฉพาะเวลานอนหลับ อย่างนี้เข้าค่ายหยุดหายใจขณะนอนหลับไหมค่ะ กินยาชักไว้ก็ไม่มีผล เขาบอกว่าก่อนหน้าเขาจะชักเขาจะเริ่มปวดหัวเขาก็กินยาชักดักไว้แต่ก็ชักอยู่ดีค่ะ

    1. ขออภัยที่ตอบกลับช้าครับ อ่านจากอาการแล้วไม่น่าเกี่ยวกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับครับ ผมแนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองแบบระยะยาว (long-term monitoring) เพราะถ้าตรวจในขณะที่ไม่มีอาการก็อาจไม่พบเจออะไร แนะนำติดต่อสถาบันประสาทวิทยา โทร. 02-306-9899 หรือ Add LINE: @pniconsult พญ.ฐาปนี สมบูรณ์ ที่นี่เค้าจะมีการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองแบบระยะยาวครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น